วันศุกร์ที่ 5 ธันวาคม พระปฐมเจดีย์ พระราชวังสนามจันทร์ วัดเขาตะเครา ล่องแม่น้ำเพชรบุรี
| 06.00 น. |
พบกันที่ลานจอดรถ ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ หัวมุมถนนสาทร ด้านหน้าท่านท้าวมหาพรหม |
| 07.00 น. |
ออกเดินทางสู่นครปฐม รับประทานอาหารเช้าบนรถ |
| 9.00 น. |
นมัสการพระปฐมเจดีย์ พระสถูปเจดีย์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย พระปฐมเจดีย์ที่เห็นอยู่ในปัจจุบันนี้เป็นองค์ที่สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 4 เมื่อ พ.ศ. 2396 โดยโปรดเกล้าฯให้สร้างครอบพระเจดีย์องค์เดิมซึ่งเป็นเจดีย์เก่าแก่มีฐานแบบโอ่งคว่ำและมียอดปรางค์อยู่ข้างบน สันนิษฐานว่ามีอายุอยู่ในตอนต้นพุทธศตวรรษที่ 4 เนื่องจากรูปร่างของเจดีย์แบบโอ่งคว่ำ |
| 10.30 น. |
ชมพระราชวังสนามจันทร์ เป็นพระราชวังที่ พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นบนบริเวณที่คาดว่าเป็นพระราชวังเก่าของกษัตริย์สมัยโบราณที่เรียกว่า เนินปราสาท เพื่อเป็นสถานที่ประทับครั้งมานมัสการองค์พระปฐมเจดีย์และเมื่อบ้านเมืองถึงยามวิกฤต และฟังเรื่องราวของย่าเหลสุนัขพันทางที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเลี้ยง และทรงโปรดปรานเป็นอย่างยิ่ง ภายหลังถูกลอบยิงจนตาย รัชกาลที่ 6 ทรงโทมนัสเป็นอย่างยิ่ง ถึงกับทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดงานศพ และสร้างอนุสาวรีย์ย่าเหลขึ้น ทั้งยังทรงพระราชนิพนธ์คำกลอนไว้อาลัยแก่ย่าเหลด้วย
|
| 12.00 น. |
แวะที่โครงการพระราชดำริหนองโพ และรับประทานอาหารกลางวันที่ร้านอาหารเรือนแพ |
| 14.00 น. |
ชมวัดเขาตะเครา วัดนี้เป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อเขาตะเครา เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย สูง 29 นิ้ว หน้าตักกว้าง 21 นิ้ว มีประวัติว่าหลวงพ่อเขาตะเครา เป็นพระพี่พระน้อง 3 องค์กับหลวงพ่อโสธร จังหวัดฉะเชิงเทรา หลวงพ่อบ้านแหลม จังหวัดสมุทรสงคราม เมื่อปลายสมัยอยุธยา ขณะที่ชาวบ้านแหลมเมืองเพชรหนีพม่าไปตั้งหลักแหล่งอยู่ที่ปากน้ำแม่กลอง ซึ่งได้กลายเป็นบรรพบุรุษของชาวสมุทรสงครามในทุกวันนี้ วันหนึ่งชาวประมงบ้านแหลมไปตีอวนที่ปากอ่าว ได้พระพุทธรูปขึ้นมา 2 องค์ องค์หนึ่งเป็นพระยืนปางอุ้มบาตร อีกองค์หนึ่งเป็นพระปางมารวิชัย ชาวบ้านแหลมนำพระยืนไปประดิษฐานที่วัดบ้านแหลม ปัจจุบันนี้คือ วัดเพชรสมุทรวิหาร กลางเมืองสมุทรสงคราม ส่วนอีกองค์มอบให้ญาติชาวบางตะบูนนำมาประดิษฐานที่ วัดเขาตะเครา อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี |
| 15.00 น. |
ลงเรือที่ท่าวัดเขาตระเกรา ล่องเรือชมความสวยงามของแม่น้ำเพชรบุรี |
| 17.30 น. |
ถึงปากอ่าว แวะทานอาหารเย็นที่ ร้านทับทิมทอง |
| 18.00 น. |
นำท่านเข้าที่พักที่ โรงแรมโรยัลไดมอนด์ |
| 19.00 น. |
พักผ่อนตามอัธยาศัย |
วันเสาร์ที่ 6 ธันวาคม ชมเขาวัง พระราชวังบ้านปืน พระราชวังมฤคทายวัณ ตลาดน้ำยามเย็น ล่องเรือชมหิ่งห้อย
| 07.00 น. |
อรุณสวัสดิ์ยามเช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม |
| 08.00 น. |
ชมเขาวัง ( ร.4 ) เป็นโบราณสถานเก่าแก่คู่เมืองเพชรบุรี ตั้งอยู่บนยอดเขาใหญ่ 3 ยอด ยอดที่สูงที่สุดสูง 95 เมตร แต่เดิมชาวบ้านเรียกภูเขานี้ว่า “เขาสมน” พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ทรงพอพระราชหฤทัยที่จะสร้างพระราชวังสำหรับเสด็จแปรพระราชฐานขึ้นบนยอดเขาแห่งนี้ ตั้งอยู่บนยอดเขาใหญ่ๆ 3 ยอด ยอดเขาด้านทิศตะวันออก บริเวณไหล่เขาเป็นที่ตั้งของวัดมหาสมณาราม ภายในพระอุโบสถมีภาพเขียนฝีมือขรัวอินโข่งบนผนังทั้งสี่ด้าน เป็นวัดเก่าแก่ตั้งแต่สมัยอยุธยา ส่วนบนยอดเขาเป็นที่ตั้งของวัดพระแก้ว เป็นวัดประจำพระราชวังพระนครคีรี เขายอดกลาง เป็นที่ประดิษฐานพระธาตุจอมเพชร มีความสูง 40 เมตร บรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้ภายใน จากจุดนี้สามารถมองเห็นพระที่นั่งต่าง ๆ บนยอดเขาอีก 2 ยอด รวมทั้งทิวทัศน์ของตัวเมืองเพชรบุรียอดเขาด้านทิศตะวันตก เป็นที่ตั้งของพระราชวังที่ประทับอันได้แก่ พระที่นั่งเพชรภูมิไพโรจน์ พระที่นั่งปราโมทย์มไหสวรรย์ พระที่นั่งเวชยันต์วิเชียรปราสาท พระที่นั่งราชธรรมสภา หอชัชวาลเวียงชัย หอพิมานเพชรมเหศวร์ พระที่นั่งสันถาคารสถาน หอจตุเวทปริตพัจน์ ศาลาทัศนานักขัตฤกษ์ |
| 9.30 น. |
ชมวัดใหญ่สุวรรณารามสร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยา และได้มีการบูรณะในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ภายในวัดมีศาลาการเปรียญ เป็นพระตำหนักไม้สักทั้งหลังที่พระเจ้าเสือแห่งกรุงศรีอยุธยา พระราชทานแด่พระสังฆราชชาวเพชรบุรี ศาลาการเปรียญนี้มีการแกะสลักไม้ที่สวยงาม โดยเฉพาะบานประตูสลักลายก้านขดปิดทอง และยังมีธรรมาสน์เทศน์ ซึ่งแกะสลักลงรักปิดทอง รูปทรงเป็นบุษบกที่งดงามและสมบูรณ์ บนผนังภายในพระอุโบสถ มีภาพเขียนเทพชุมนุม อายุกว่า 300 ปี และชมต้นกำเนิดหนังใหญ่ของเมืองเพชรบุรี |
| 11.00 น. |
ชมพระราชวังบ้านปืน เพชรบุรี ตั้งอยู่ที่ตำบลบ้านหม้อ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระราชประสงค์ให้สร้างด้วยพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ เพื่อเป็นพระราชนิเวศน์สำหรับประทับแรมในฤดูฝน สร้างแบบสถาปัตยกรรมยุโรป ออกแบบโดยมิสเตอร์คาล เดอริง ชาวเยอรมัน เริ่มก่อสร้างในปี พ.ศ. 2452 แล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2459 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานนามว่า พระที่นั่งศรเพ็ชรปราสาท และทรงเปลี่ยนเป็นพระรามราชนิเวศน์ ปี พ.ศ. 2461 ใช้เป็นที่รับรองแขกเมือง ในสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดเกล้าฯ ให้ใช้เป็นที่ตั้งของโรงเรียนผู้กำกับลูกเสือ โรงเรียนฝึกหัดครูเกษตรกรรม โรงเรียนประชาบาลประจำตำบล |
| 12.30 น. |
ทานอาหารกลางวัน ที่ ร้านบ้านริมน้ำ |
| 14.00 น. |
ชมพระราชวังมฤคทายวัณ ( ร.6 )เป็นพระตำหนักที่ประทับริมทะเล ซึ่งพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดให้รื้อพระตำหนักหาดเจ้าสำราญมาปลูกขึ้นใหม่เมื่อปี พ.ศ. 2466 ได้รับขนานนามว่า “พระราชนิเวศน์แห่งความรักและความหวัง” ลักษณะเป็นพระตำหนักแบบไทยผสมยุโรป เป็นอาคารไม้ใต้ถุนสูง สร้างด้วยไม้สักทอง พระตำหนักฝ่ายในอยู่ปีกขวา ทางปีกซ้ายเป็นส่วนของฝ่ายหน้า ประกอบด้วยพระที่นั่งสามองค์เชื่อมต่อถึงกันโดยตลอด พระที่นั่งสมุทรพิมาน เป็นที่ประทับของพระนางเจ้าอินทรศักดิ์ศจี พระวรชายา พระที่นั่งพิศาลสาครเป็นที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว |
| 16.30 น. |
ชมตลาดน้ำยามเย็นที่ อัมพวาจะมีพ่อค้าแม่ค้าพายเรือขายอาหารและเครื่องดื่ม เช่น หอยทอด ก๋วยเตี๋ยว กาแฟ โอเลี้ยง ขนมหวานต่างๆ และมีรถเข็นขายของบนบกด้วย บรรยากาศสบาย ๆ มีเพลงฟัง จากเสียงตามสายของชาวชุมชน ประชาชนสามารถเดินเที่ยวชมตลาดหาซื้ออาหารรับประทาน |
| 18.00 น. |
ทานอาหารเย็นที่ร้านน้องอุ้ม |
| 19.00 น. |
ล่องเรือชมหิ่งห้อย ลำน้ำแม่กลอง |
| 20.00 น. |
เดินทางกลับกรุงเทพฯ |
อัตราค่าบริการ
พิเศษ.. 3,700 บาท เฉพาะสมาชิกชมรมฯ เท่านั้น
ดาวน์โหลด
ใบสมัครสมาชิกชมรมคนรักต้นไม้ FM 98.75 (รายปี)
ติดต่อสำรองที่นั่งได้ที่
ฝ่ายกิจกรรมและประชาสัมพันธ์ F.M. 98.75 โทร 0 2636 6800-1, 0 2685 0516-7
สำรองที่นั่งผ่านอีเมลได้ที่ npgnmylove@hotmail.com
ชำระเงินโดย
- โอนเงินเข้าบัญชี นายปรัชญา ธัญญาดี ธนาคารกรุงเทพ สาขาสำนักงานใหญ่สีลม บัญชี สะสมทรัพย์ เลขที่ 101-8-27804-2
โอนเงินแล้วเขียน ชื่อ-นามสกุล – ที่อยู่ – เบอร์โทรศัพท์ ลงในใบ Pay in แล้ว Fax มาที่ 02-231-5664
- ชำระเงินสดได้ที่ บริษัทตรีนิตี้ เรดิโอ จำกัด สีลม ซอย 5 สุดซอยละลายทรัพย์
หมายเหตุ: โปรแกรมทัวร์สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม โดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ทั้งนี้โดยคำนึงถึงประโยชน์ และความปลอดภัยของท่านเป็นสำคัญ |